เที่ยวดอยอินทนนท์ภายใน 1 วัน

เที่ยวดอยอินทนนท์ภายใน 1 วัน - สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดในเชียงใหม่

ยอดดอยอินทนนท์เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย มีความสูง 2565 เมตรจากระดับน้ำทะเล

การเดินทางในวันนี้ของเราเริ่มต้นตั้งแต่ 8 โมงเช้า โดยมีพี่โหน่งเป็นไกด์ที่น่ารักและใจดีขับรถพาเราออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ เราขับรถออกจากตัวเมืองผ่านเขตชนบทที่ที่มีธรรมชาติสีเขียวงดงาม ไม่เป็นที่น่าสงสัยเลยว่า ทำไมคนที่นี่ถึงไม่อยากหนีบ้านเกิ ดไปอยู่ที่อื่น

ขับรถออกจากตัวเมืองไปประมาณ 60 กิโลเมตร หรือใช้เวลาประมาณ 45 นาที - 1 ชั่วโมง เราก็ไปถึงตีนดอยอินทนนท์ ดอยอินทนนท์ถูกจัดให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อมาถึงที่นี่จะมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานคอยจำหน่ายตั๋วและตรวจเช็คนักท่องเที่ยว ที่จะขึ้นไปเที่ยวชมดอย

เมื่อผ่านตีนดอยขึ้นไปก็จะเจอกับน้ำตกหลายแห่ง แต่น้ำตกที่มีชื่อเสียงและนักท่องเที่ยวทุกคนต้องแวะพักและถ่ายรูปนั่นคือ น้ำตกวชิรธาร น้ำตกนี้อยู่ห่างจากตีนดอยประมาณ 20 กิโลเมตร

น้ำตกวชิรธาร

น้ำตกวชิรธารเดิมชื่อน้ำตก ตาดฆ้องโยง ภายหลังได้เปลี่ยนมาเป็น น้ำตกวชิรธาร ตามพระนามาภิไธ ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุฎราชกุมาร ตัวน้ำตกสูงจากระดับน้ำทะเล 750 เมตร เป็นหน้าผาสูงกว่า 80 เมตร นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่มักจะได้เห็นรุ้งกินน้ำ และได้รับความชุ่มชื่นจากละอองน้ำที่กระเซ็นจากน้ำตกที่ตกจากผาสูงชัน

สถานีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์

หลังจากหยุดพักชมความสวยงามของน้ำตกวชิรธารแล้ว เราก็มุ่งหน้าไปยังสถานีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์ ที่นี่เกิดขึ้นเนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระประสงค์ที่จะช่วยเหลือชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนดอย ให้ความรู้ด้านการเกษตรแผนใหม่ เพื่อให้ชาวบ้านได้มีอาชีพและมีรายได้ ไม่ต้องปลูกฝิ่นทำไร่เลื่อนลอย และทำลายแหล่งต้นน้ำ ที่นี่นับเป็นสถานีหลักในการวิจัย ไม้ดอกไม้ประดับเขตหนาว รวมทั้งการขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื้อ พืชผักและพืชไร่ เมื่อขึ้นมาถึงที่นี่นอกจากความรู้สึกชื่นชม กับธรรมชาติไม้ดอกไม้ประดับที่ปลูกอยู่โดยรอบที่สวยงามแล้ว เรายังรู้สึกทราบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ที่มีให้คนไทย อย่างล้นพ้นอีกด้วย

พระมหาธาตุนภเมทนีดล และ พระมหาธาตุนพพลภูมิศิริ

หลังจากเที่ยวชมแวะดื่มกาแฟสดที่สถานีเกษตรหลวงแล้วเราก็มุ่งหน้าขึ้นสู่ พระมหาธาตุนภเมทนีดล และ พระมหาธาตุนพพลภูมิศิริ พระมหาธาตุทั้ง 2 องค์นี้ ถูกสร้างขึ้นโดยกองทัพอากาศเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนพรรษาครบ 5 รอบ เพื่อฉลองพระเดชพระคุณอันเปี่ยมล้นหาที่สุดมิได้ ที่ทั้ง 2 พระองค์มีต่อพสกนิกร ชาวไทย พระมหาธาตุนภเมทนีดล มีความหมายว่า พระสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ยิ่งใหญ่เพียงฟ้าจดดิน และ พระมหาธาตุเจดีย์ นภพลภูมิสิริ มีความหมายว่า เป็นกำลังแห่งฟ้า เป็นสิริแห่งแผ่นดิน เมื่อขึ้นไปเที่ยวชมบริเวณพระมหาธาตุเจดีย์ทั้ง 2 องค์ เราก็รู้สึกประทับใจไปกับวิวของเทือกเขาสูงที่ปกคลุมด้วยหมอกบาง ๆ โดยรอบอีกทั้งต้นไม้และดอกไม้ที่มีสีสันสวยงาม นักท่องเที่ยวแทบจะทุกคนต้องถ่ายรูปกับดอกไม้และวิวที่สวยงาม

ยอดดอยอินทนนท์

หลังจากกราบบูชาพระมหาธาตุเจดีย์ทั้ง 2 องค์และชื่นชมความสวยงามของภูมิประเทศแล้ว เราก็ขับรถต่อขึ้นไปบริเวณจุดสูงสุด ของประเทศไทยนั่นคือยอดดอยอินทนนท์ ระหว่างทางขึ้นไปนั้นเราได้เห็นพิชเมืองหนาวซึ่งขึ้นเองตามธรรมชาติ อย่างกุหลาบขาว ที่มีลักษณะคล้ายดอกลิลลี่ ขึ้นอยู่ประปรายตามทางดูสวยงาม เราจอดรถตรงที่จอดแล้ว เดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ แวะถ่ายรูปกับป้ายที่ใครมาก็คงต้องไม่พลาดที่จะแวะถ่ายรูปกับป้าย "สูงสุดแดนสยาม" เดินถัดไปอีกไม่เท่าไหร่นัก ก็จะเป็นที่ประดิษฐานกู่พระอัฐิของพระเจ้าอินทวิชานนท์ ผู้ครองเชียงใหม่องค์ที่ 7 อุณหภูมิบนยอดดอยนี้จะอยู่ที่ประมาณ 5-17 องศา ไม่ว่าจะมาในช่วงฤดูใดคุณก็จะได้สัมผัสอากาศเย็น ขึ้นอยูว่าจะหนาว เย็นมากหรือน้อยก็เท่านั้น ตามทางเดินเราจะเห็นต้นไม้น้อยใหญ่ ขึ้นอยู่หนาทึบให้ความรู้สึกสบายตาอาทิกุหลาบพันปี ดอกกล้วยไม้เอื้องหลวงที่ขึ้นเกาะอยู่เป็นกลุ่มก้อนบนต้นไม้ตามธรรมชาติ ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ เสียงนกน้อยใหญ่ส่งเสียงร้อง ให้เราได้ฟัง แทบจะทำให้เราไม่อยากกลับลงไปจากดอยเลยทีเดียว

หลังจากเที่ยวชมความสวยงามของยอดดอยแล้ว พี่โหน่งก็พาเราขับรถลัดเลาะไปตามหมู่บ้านชาวเขา ที่ที่นักท่องเที่ยวน้อยคนจะรู้จัก เส้นทางดูทุลักทุเลบ้างเป็นบางช่วงแต่ก็คุ้มกับการขับ เพราะตามทางมีธรรมชาติที่แสนจะงดงามที่เราไม่สามารถเห็นได้ในเมือง ตามทางเราแวะพักที่น้ำตกอีกแห่ง นั่นคือน้ำตก แม่วาง

น้ำตกแม่วาง

น้ำตกแม่วางเป็นน้ำตกสายเล็กๆ อยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เมื่อมาเราจอดรถและเดินเท้าลงไปตามทางลาด ผ่านดงต้นไผ่มากมาย พี่โหน่งบอกกับเราว่าที่นี่มีหน่อไม้ป่าเยอะมาก บางทีชาวบ้านก็มาเก็บไปทำอาหารกินกัน ซึ่งก็เป็นอย่างที่พี่โหน่งว่า ที่นี่มีหน่อไม้หลายหล่อโผล่พ้นดินขึ้นรอเป็นต้นไผ่ต่อไปหรือบางหน่อก็เป็นอาหารของชาวบ้าน เมื่อเดินลงไปเรื่อย ๆ เราก็ได้ยินเสียงน้ำตกและรู้สึกได้ถึงความชื้นของบริเวณโดยรอบ เมื่อลงไปถึงน้ำตก ก็รู้สึกหายเหนื่อย ขึ้นมาในพริบตาเมื่อเราได้ล้างมิล้างไม้และนั่งแช่เท้าลงในสายน้ำตกที่เย็นฉ่ำ เรานั่งอยู่ที่นี่ไม่นานก็เดินกลับไปที่รถและเดินทางต่อ

ตลาดชาวเขา

จุดสุดท้ายที่เราแวะก่อนกลับบ้าน นั่นคือตลาดชาวเขา ที่นี่มีของที่ระลึกของฝากมากมายให้เราได้เลือกซื้อติดมือไปฝากคนที่บ้าน อีกทั้งยังมีพืชผักเมืองหนาวที่ปลูกบนไร่ของชาวดอยมาวางขายในราคาถูก ไม่ว่าจะเป็นแครอท บล็อคโคลี่ ดอกกะหล่ำ ลูกท้อและสตรอเบอรรี่ ล้วนแล้วแต่ดูสดใหม่น่ารับประทาน

หลังจากแวะซื้อของตรงตลาดชาวเขา เราก็มุ่งหน้ากลับสู่ตัวเมือง นับเป็นการเดินทางที่แสนจะมีความสุขของทุกคน เพราะนอกจากความสวยงามที่เราได้เห็นแล้ว เรายังได้ความรู้ต่าง ๆ มากมายเกี่ยวกับ ต้นไม้ดอกไม้ พืชไร่ต่าง ๆ อีกด้วย