ทริปวันเดียว เที่ยวจันทบุรี

ทริปวันเดียว เที่ยวจันทบุรี - ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต

จันทบุรี หนึ่งในจังหวัดภาคตะวันออกที่มีความน่าสนใจมากที่สุด ทั้งธรรมชาติป่าเขา ท้องเทะเล-ชายหาด พื้นที่เกษตรกรรม เทือกสวนไร่นาต่าง ๆ รวมถึงสิ้นค้าขึ้นชื่อหลากหลาย และประวัติสำคัญของประเทศไทย ทำให้จันทบุรี จังหวัดที่ห่างจากจากพัทยา แหล่งบ้านพักตากอากาศพัทยา ของไทยแลนด์ฮอลิเดย์โฮมส์ด้วยการขับรถประมาณ 2 ชั่วโมงแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว ที่รักการขับรถมาเยือนที่ภาคตะวันออก

ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต หรือถนนชล-จันท์

ถนนเส้นนี้ถูกขนานนามว่า “Scenic Route” หรือถนนชมวิว เป็นถนนที่มีวิวสองข้างทางสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย ถนนเส้นนี้ถูกบำรุงขึ้นมาใหม่ และโปรโมตให้เป็นเส้นทางขับรถท่องเที่ยว จึงเป็นถนนที่ค่อนข้างสะอาดสอ้าน และที่สำคัญคือผิวถนนเรียบเนียน มีหลุมบ่อน้อยมากหากเทียบกับถนนทางหลวงชนบทเส้นอื่น ๆ ตลอดเส้นทางของถนนสายนี้มีป้ายบอกทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ อย่างชัดเจน สลับกับวิวที่น่าสนใจสับเปลี่ยนกันไป ตั้งแต่เลียบทะเล เลียบภูเขา ผ่านสวนผลไม้ของชาวบ้าน สะพานข้ามแม่น้ำ ชุมชนบ้านเรือนพื้นบ้าน และสถานที่ประวัติศาสตร์ เรียกได้ว่ามีครบทุกรสชาติเลยทีเดียว และแน่นอนว่า มาแบบนี้ทั้งที ไม่ว่าคุณจะเป็นช่างภาพมืออาชีพหรือสมัครเล่น มันก็จะทำให้คุณลั่นชัตเตอร์ได้อย่างไม่กลัวเปลืองเมมฯ

ทริป 1 วัน กับ “Scenic Route” ถนนสายชมวิว

เราเริ่มต้นออกจากพัทยาประมาณ 7 โมงเช้าด้วยทางหลวงหมวยเลข 36 จากพัทยามุ่งหน้าสู่ระยอง เมื่อตัดเข้าเส้นสุขุมวิทอีกครั้งก็มุ่งหน้าสู่จังหวัดจันทบุรี แค่ 9 โมงกว่า ๆ ก็เข้าเขตจังหวัดจันทบุรีแล้ว เราเลือกถนนที่จะเข้าสู่บูรพาชลทิตด้วยทางหลวงหมายเลข 3399 ซึ่งจะต้องเลี้ยวขวาที่แยก “หนองสีงา” บริเวณถนนสุขุมวิทหลักกิโลเมตรที่ 301 แค่เลี้ยวเข้าไปได้ซักพักเราก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้เห็น ด้วยสวนผลไม้สองข้างทางและวิถีชีวิตชาวบ้านจันทบุรีจริง ๆ พร้อมแผงผลไม้ที่เราอดใจไม่ไหว จอดแวะซื้อแวะถามราคาไปเรื่อย ๆ จนได้หลาย ๆ อย่างติดรถทั้งพระเอกและนางเอกของผลไม้ ทุเรียน มังคุด หรือตัวประกอบอย่าง เงาะ สละ ลองกอง
ขับรถไปตามทางจะมีป้ายบอกทางไปถนนบูรพาชลทิต รับรองว่าหาไม่ยาก สำหรับจุดแรกที่เราไปถึงนั้นก็คือ หาดคุ้งวิมาน ชายหาดที่ทอดยาวราว ๆ 500 เมตร คึกคักด้วยนักท่องเที่ยว มีร้านค้าร้านอาหารมากมายให้คุณเลือกนั่ง เราเลือกที่จะลงไปที่ชายหาด หาร่มไม้และเล่นน้ำทะเล กับการหาของกินที่เราตั้งใจนั่นก็คือปลาหมึกแดดเดียว ที่แขวนขายตามรถเข็นริมชายหาด มีราคาตั้งแต่ 100-250 บาทแล้วแต่ขนาด เล่นน้ำทะเลเสร็จ อิ่มท้องก็ได้เวลาเดินทางสู่จุดต่อไป นั่นก็คือจุดชมวิวเนินนางพญา ที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของถนนสายนี้ ก่อนที่จะถึงเนินที่ว่า เราได้ขับรถลัดเลาะไปตามโค้งเนินเขาและเลียบชายทะเล แอบแวะจอดเก็บภาพกับอ่าวไทยซักนิดเพราะความสวยของมันทำให้เราอดใจไม่ไหวจริง ๆ เมื่อขับพาหนะคู่ใจขึ้นสู่เนินนางพระยา จอดรถเดินอีกประมาณ 50 เมตรสู่จุดชมวิว ความเหน็ดเหนื่อนก็หายไปกับวิวที่เราได้เห็นตรงหน้า มันคือภาพที่เราเห็นคุ้นเคยตามเว็บไซต์ หนังสือท่องเที่ยวหรือโบชัวร์ต่าง ๆ เพราะมันคือจุดที่สวยที่สุดของถนนสายนี้ เราสามารถเดินได้โดยรอบเพื่อดูวิวตามมุมต่าง ๆ ของเนินนางพญา (และอย่าลืม!!! หากคุณไปกับคู่รัก ให้พกแม่กุญแจไปล็อกด้วย เพื่อแสดงความมั่นคงกับคนรักของคุณ) ลงจากจุดนี้ เป้าหมายต่อไปของเราอยู่ที่สะพานเฉลิมพระเกียรติ กม.ที่ 61 ปากน้ำเขมหนูที่ห่างไปประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร ระหว่างทางเราขับรถกินลมชมวิวไปตามถนนบูรพาชลทิต ที่ต้องของบอกว่าเรียบเนียนจริง ๆ และยังเจออีกหลาย ๆ จุดที่น่าสนใจอย่าง อ่าวคุ้งกระเบน แหลมเสด็จ และหาดเจ้าหลาว จนในที่สุดเราก็มาถึงสะพานเฉลิมพระเกียรติ ที่ทำให้เราถึงกับตกใจในความสวยงามของวิวทิวทัศน์ที่อยู่แถว ๆ สะพาน เราจอดรถเชิงสะพานก่อนที่จะรวบรวมกำลังเดินเท้าขึ้นสะพานไปหามุมสวย ๆ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ด้านหนึ่งเราได้เห็นชุมชนชาวบ้านประมงที่ปลูกบ้านจอดเรือตามริมตะลิ่ง ส่วนอีกด้านหนึ่งของสะพานเราจะเห็นวิวของท้องทะเลที่มองไปไกลสุดลูกหูลูกตา และในขณะที่เราอยู่บนสะพาน ก็ได้เห็นภาพของนักเดินทางทั้งหลายที่ขับผ่านไปผ่านมา ทั้งรถยนต์ มอร์เตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ และจักรยาน จนทำให้เราได้อีกหนึ่งอรรถรสของการท่องเที่ยว จากจุดนี้เราจะต้องขับรถเลียบชายหาดของอ่าวยางไปอีกเกือบ 10 กิโลเมตร บวกกับทางถนนที่ลัดเลาะไปตามชุมชนที่ส่วนใหญ่ทำฟาร์มเลี้ยงกุ้งอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เรากำลังจะข้ามสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือสะพานแหลมสิงห์ สะพานที่ยาวที่สุดในภาคตะวันออก 1.06 กิโลเมตร เมื่ออยู่บนสะพาน เราได้เห็นอะไรที่สวยงามมากมายและเป็นวิถีชาวประมงจันทบุรี ทั้งกระชังเลี้ยงปลาของชาวบ้าน ทีจอดเรือประมง การวางข่ายดักปลา โบสถ์สีขาวของวัดท้องถิ่น แม้กระทั่งทิวเขาที่ห่างออกไปของน้ำตกพลิ้ว เหล่านี้มันสะกดตาสะกดใจให้เราไม่อยากไปไหนต่อเลย เมื่อลงสะพานมาเราก็ไปต่อกันที่สถานที่ประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของจันทบุรีนั่นก็คือ ตึกแดง และคุกขี้ไก่ (ทั้ง 2 สิ่งก่อสร้างนี้มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจรอให้คุณไปค้นหาอยู่) และระหว่างที่เดินเล่นอยู่นั้น เราก็พบกับรถซาเล้งของชาวบ้านที่ขับมาขายอาหารทะเลแห้งพอดี ได้ทีซื้อของกับไปฝากเลย ทั้งปลาหมึกแห้งตัวใหญ่ ๆ ปลากรอบ กุ้งแห้ง และกะปิ ในราคาแบบบ้าน ๆ ที่เราพอใจ ก่อนที่เราจะออกมา ยังพอมีเวลาเหลือให้เราได้แวะเที่ยวได้อีก ไม่ว่าจะเลือกดูโชว์ปลาโลมาที่โอเอซิสซีเวิลด์ (รอบสุดท้าย 5 โมงเย็น) หรือจะไปเล่นน้ำเย็น ๆ ที่น้ำตกพลิ้วก็น่าสนใจแทบทั้งสิ้น ขากลับเราออกจากแหลมสิงห์ด้วยทางหลวงหมายเลข 3149 จนถึงถนนสุขุมวิทอีกครั้งก่อนที่จะกลับทางหลักและแวะซื้อผลไม้ของฝากตลอดทางจนถึงพัทยา

แล้วคุณจะรู้ว่า ภาคตะวันออกของเรานั้น มีอะไรที่น่าสนใจมากกว่าที่คุณคิด ถ้าคุณได้รู้จักกับเรา ไทยแลนด์ฮอลิเดย์โฮมส์